Noor Eman's profile...::""v""::....أحبكم في...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 31 อารมณ์...ผลร้ายต่ออุมมะฮฺอิสลาม
อารมณ์...ผลร้ายต่ออุมมะฮฺอิสลาม
"...และบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ (พวกยิวและพวกคริสเตียน) มิได้ขัดแย้งกัน เว้นแต่หลังจากได้มีความรู้มายังพวกเขาแล้วเท่านั้น เนื่องจากความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังในระหว่างพวกเขาเอง..." สูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน : 19 ท่านอิมามอัส-สะอฺดียฺ (เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ.1376) ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลา ทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมอัลลอฮฺตะอาลา ถึงได้สั่งกำชับให้มุสลิมอยู่ร่วมกัน ในอิสลามห้ามแตกแยกกัน พระองค์สั่งมุสลิมว่าจงอย่าปฏิเสธสิ่งที่พระองค์ประทานลงมาให้แก่พวกเขาในอัลกุรอาน ความจริงชาวคัมภีร์มิได้แตกแยกกันจนกระทั่งหลังจากที่อัลลอฮฺตะอาลา ได้ประทานคัมภีร์ลงมาให้พวกเขา ซึ่งพระองค์ได้สั่งให้พวกเขาอยู่ร่วมกันด้วยดีเป็นญะมาอะฮฺ แต่พวกเขากลับฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์ พวกเขาต่างก็มีความอิจฉาริษยาได้ครอบงำพวกเขา ทำให้พวกเขาเกิดความเคียดแค้นและความเป็นศัตรูระหว่างกันเอง พวกเขาจึงขัดแย้งกัน และในที่สุดก็แตกแยกกันประสานกันไม่ลง ดังนั้น โอ้พี่น้องมุสลิมที่รักทั้งหลาย ได้โปรดระวังการกระทำเช่นนี้ ได้โปรดเถิด" จากตัยสีรุล กะรีมุรฺ เราะหฺมาน หน้า 701 ท่านชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ (เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ.728) ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลา ทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "อัลลอฮฺตะอาลา ได้อธิบายว่า การแตกแยกของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้รับความรู้จากพระองค์แล้วว่าอะไรที่ต้องทำ อะไรต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากอัลลอฮฺตะอาลา มิได้ปล่อยให้มนุษย์หลงทาง นอกจากจะให้ทางนำแก่พวกเขา จนกระทั่งเมื่อพระองค์ได้อธิบายแก่พวกเขาว่าสิ่งใดที่พวกเขาต้องทำ พวกเขาก็แตกแยกกัน และจากอายะฮฺนี้ พระองค์ยังได้บอกให้รู้ว่าเหตุผลที่พวกเขาแตกแยกกันก็เพราะบาฆียฺ (ความเป็นศัตรู ความอิจฉาริษยา ความเกลียดชังซึ่งกันและกัน) และบาฆียฺเกิดขึ้นเนื่องจากการไม่ยอมรับความจริงหรือไม่ก็ทำเกินขอบเขต ไม่ยอมทำสิ่งที่เป็นวาญิบ หรือไม่ก็ทำในสิ่งต้องห้าม ดังนั้นพึงทราบไว้เถิดว่า นี่แหละที่ทำให้เกิดความแตกแยกกัน)" จาก มัจญมูอฺ ฟะตาวา เล่ม 1 หน้า 14 รากเหง้าแห่งความชั่วร้าย อิมามอิบนุล ก็อยยิม (เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ.751) ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลาทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "ใครจะพูดเรื่องอะไรนั้น เขาจะต้องพูดบนพื้นฐานของความรู้และความถูกต้อง และจะต้องอิคลาศมีเป้าหมายเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อรสูลของพระองค์ และเป็นการแนะนำด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อพี่น้องมุสลิมทั้งหลาย แต่ถ้าหากว่าเขาทำให้ความถูกต้องมาตามอารมณ์ ตามความต้องการของเขาเองแล้วไซร้ นั่นจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างเลวร้าย มันจะทำลายจิตใจและการกระทำของผู้คน ตลอดจนกิจการทั้งหลายทั้งปวงของส่วนรวม อัลลอฮฺตะอาลา ได้กล่าวไว้ว่า "และถ้าหากว่าความจริงต้องคล้อยตามอารมณ์ปรารถนาของพวกเขา แน่นอนชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและที่อยู่ในระหว่างทั้งสองนั้นจะต้องเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน" สูเราะฮฺ อัล-มุมินูน : 71 ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกท่านจะศรัทธาอย่างแท้จริง จนกว่าเขาจะทำให้อารมณ์ความต้องการของเขาเป็นไปตามสิ่งที่ฉันนำมา" ฎออีฟ รายงานจาก อิบนุ อบีอาศิม (หมายเลข 15) ท่านหาฟิซ อิบนุ ร่อยับ กล่าวว่า หะดีษนี้อ่อน ดูใน "ญามิอุล อุลูม วัล-หิกัม" (อธิบายหะดีษ "40 หะดีษ นะวะวียฺ" หะดีษที่ 41) ดังนั้น ความรู้กับความยุติธรรมเป็นรากฐานของทุกๆความดี ในขณะที่ความอธรรมกับความโง่เขลาเป็นรากเหง้าของความชั่วทุกชนิด อัลลอฮฺตะอาลาได้ส่งรสูลของพระองค์มาพร้อมกับทางนำและอิสลาม พระองค์ได้มีบัญชาให้มนุษย์มีความยุติธรรมซึ่งกันและกัน และได้สั่งห้ามพวกเขาจากการทำอะไรตามอำเภอใจตามอารมณ์ปรารถนาของตัวเอง อัลลอฮฺตะอาลาได้กล่าวว่า "ดังนั้น ด้วยเหตุนี้ เจ้าจงเรียกร้องเชิญชวนสู่อิสลามและยืนหยัดอย่างมั่นคงตามที่เจ้าถูกบัญชามา และจงอย่าปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา และจงกล่าวว่า ฉันได้ศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮฺประทานลงมาแล้วในคัมภีร์ และฉันถูกสั่งให้ทำความยุติธรรมในระหว่างพวกท่าน อัลลอฮฺเป็นพระผู้อภิบาลของฉันและของพวกท่านด้วย สำหรับฉันก็คือการงานของฉัน สำหรับพวกท่านก็คือการงานของพวกท่าน ไม่มีการโต้แย้งใดๆระหว่างพวกเรากับพวกท่าน อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมพวกเราทั้งหมด และยังพระองค์คือการกลับไป" สูเราะฮฺ อัช-ชูรอ : 15 จาก มะดาริจญ อัส-สาลิกีน เล่ม 3 หน้า 532-533 ญิฮาดเป็นสิ่งจำเป็น ท่านชัยกุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลาทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "การญิฮาดต่อนัฟสฺ (จิตใจ) และอารมณ์ปรารถนาของจิตใจ เป็นพื้นฐานของการญิฮาดต่อพวกปฏิเสธศรัทธา (กาฟิรีน) และพวกกลับกลอก (มุนาฟิกีน) แท้จริงผู้หนึ่งผู้ใดจะไม่มีความสามารถทำสงครามญิฮาดต่อกาฟิรีนและมุนาฟิกีนได้ จนกว่าเขาจะทำสงครามญิฮาดต่อนัฟสฺและอารมณ์ปรารถนาของจิตใจของเขาเองเสียก่อน" อ้างโดย อิมาม อิบนุล ก็อยยิม ในหนังสือ "ซัมมุล ฮะวา วะ อิตติบาอิฮี" หน้า 28 ท่านชัยคฺ อัล-ฆุนัยมาน หะฟิซ่อฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลาทรงปกป้องคุ้มครองท่าน ได้กล่าวว่า "เป็นข้อบังคับแก่ผู้ศรัทธาทุกคน ที่เขาพูดเกี่ยวกับกิจการหนึ่งกิจการใดจากเรื่องราวทั้งหลายในอิสลาม คือเขาจะต้องมีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา มีความบริสุทธิ์ใจเพื่อความถูกต้องเพื่ออิสลาม และเขาจะต้องเอาชนะจิตใจของตัวเอง และต้องต่อสู้อย่างหนักต่อการตามอารมณ์ปรารถนาของจิตใจ จงอย่าให้อารมณ์ปรารถนาของจิตใจคล้อยตามเรื่องราวทั้งหลายของโลกดุนยา เช่นรักที่จะให้ผู้คนยกย่องสรรเสริญ แสวงหาชื่อเสียงลาภยศและความมีหน้ามีตา การมีสิ่งเหล่านี้มากๆ หรือมีสิ่งอื่นๆทำนองนี้มากๆ เขาก็จะได้เพียงความว่างเปล่าของโลกนี้เท่านั้น" อัล-ฮะวา วะ อาษาร่อฮูฟิล-คิลาฟ หน้า 20 TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://nurul-eman.spaces.live.com/blog/cns!258E88EC3AB1D761!465.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|