Noor Eman's profile...::""v""::....أحبكم في...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
May 13 choose...(เลือก)ถึงเวลาที่ฉันต้องเลือกแล้วสิ..........
ครั้งหนึ่งเมื่อฉันอยู่ปี 1 ได้อ่านหนังสือเล่มนึงที่หน้าปกของมันได้เขียนว่า "หลังเที่ยงคืน"
ฉันไม่รู้ว่าเนื้อหาข้างในนั้นเป็นแบบไหนและรู้สึกว่าชี่อหนังสือเล่มนี้มันแปลกดี ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ด้วยความที่ซื่อ อยากรู้อยากเห็นไงและเป็นคนที่ตรงไปตรงมาด้วย ฉันจึงเปิดและอ่านเนื้อความในนั้นดู จึงรู้ว่าเป็นเนื้อหาในหนังสือเป็นอย่างไร
ถ้าตอนนั้นฉันถามรุ่นพี่ว่าฉันได้อ่านหนังสือเล่มนั้น รุ่นพี่คงหัวเราะและว่าฉันแก่แดดแก่ลมแน่เลย ฉันจึงเงียบเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว
จนวันนึง....วันที่ฉันเข้าทำงานกับองค์กรอิสลามต่างๆจึงได้เข้าใจอะไรมากมายและประสบการณ์ดีๆ แต่...ยังไงฉันก้อยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ถึงเวลา
ที่จะต้องรู้เรื่องเกี่ยวการมีคู่ครอง แต่ที่ไหนได้สำหรับสตรีหรือมุสลิมะฮฺนั้นเราสมควรที่จะต้องหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากๆเลยทีเดียว
เพราะ.....เราต้องเป็นแม่ที่ดีของลูกและเป็นภรรยาที่ดีของสามีด้วย และก่อนที่เราจะแต่งงาน ก้อต้องผ่านการเลือกคู่ครองด้วย
ฉันเป็นมุสลิมะฮฺคนนึงที่รู้ว่าการเลือกคู่ครองนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของฉันในอนาคต และฉันก็รู้ว่าฉันควรที่จะเลือกที่อีหม่าน
หรือศาสนามาเป็นอันดับแรก และฉันก็ต้องดุอาอฺให้มากๆสำหรับการเลือกคู่ครองว่าคู่ครองที่ฉันเลือกนั้นจะตรงกับความประสงค์ของอัลลอฮฺ "โอ้! อัลลอฮฺแท้จริงแล้วฉันนั้นกลัวพระองค์และจะภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียว" และตอนนี้อะไรหลายๆอย่างที่ฉันกลัวก็กำลังเกิดขึ้น และฉันก็แน่ใจว่าสิ่งที่ฉันตัดสินใจ ณ ตอนนี้และไม่ว่าจะตอนไหนๆ นั่นก็เพราะมาจากความรักและความภักดีของฉันที่มีต่อพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
ฉันคิดมาตลอดว่าฉันมีสิทธิที่จะเลือกคู่ครองที่ดีและเหมาะสมสำหรับฉันมากที่สุด และในอนาคตจะเป็นอย่างไร วัลลอฮุอะอฺลัม ความโปรดปราน
ความปราณีที่อัลลอฮฺจะทรงมอบแก่ฉันนั้น มันจะมาในไม่ช้า ถ้าหากว่าฉัน ยืนหยัดและยำเกรงต่อพระองค์อย่างไม่เสื่อมคลาย
ฉันอยากบอกหลายคนว่า บททดสอบของอัลลอฮฺมายังฉันแล้ว ณ ตอนนี้ และฉันในฐานะบ่าวผู้ต่ำต้อย ฉันต้องอดทน อดทนรอ และรอวันที่ฉันจะสร้างอุมมะฮฺประชาติอิสลามที่ดีต่อไปได้ อินชาอัลลอฮฺ
ปล.อยากให้พี่น้องช่วยดุอาอฺให้กับคนอ่อนแอผู้นี้ด้วย ให้ฉันอดทน
และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ตามมาจะเป็นสิ่งที่ฉันภาคภูมิใจมากที่สุดและอัลฮัมดุลิลลาฮฺ
May 12 ฉันต้องการคำนาซีอัตอัสลามูอาลัยกุมวารอฮฺมาตุลลอฮฺ วาบารอตุฮฺ
พี่น้องมึสลิมทั้งหลาย
อ่อนแอ-----เข้มแข็ง-----อ่อนแอ
มันขึ้นลงๆเรื่อยๆเลย จนบางครั้งฉันรู้สึกว่าจะอ่อนแอมากกว่าเข้มแข็งด้วยซ้ำ
ตอนนี้ก็พยายามที่หาความรู้เพื่อขัดเกลาตัวเองไปเรื่อยๆ
บางคนอาจจะไม่ชอบที่จะให้คนอื่นมานาซีฮัตตัวเอง
แต่ฉันกลับต้องการคำนาซีฮัตแปลกมั้ย???
บางคนคงไม่รู้สึกแปลก
มีบ้างมั้ยใครสักคนที่สามารถจะเอาความเข้มแข็งของฉันกลับมาได้
..............
อัลกุรอ่านซิน่ะ
จงอ่านด้วยพระนามองอัลลอฮฺ
ฉันต้องอ่านมันอย่างตั้งใจ
....................................
.....................
...........
ปล. เออถามเองตอบเองก้อได้ด้วย...เหอๆๆ แปลกคน
เด็ก เด็ก เด็ก.......ณ.....................ดุนยา........................
ณ............................สังคมญาฮิลียะฮฺ.....................
บางคนการได้อยู่ในครอบครัวที่เต็มไปด้วยแรงศรัทธาในอิสลามและความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ถือว่าอัลฮัมดุลิลลาฮ
และบางคนการได้มาของอิสลามอย่างยากเย็น จนเปลี่ยนแปลงตัวเองให้แข็งแกร่งได้ ก็ต้องซูโกรต่ออัลลอฮฺ เช่นเดียวกัน
แต่บางคนได้อิสลามมาอย่างง่ายดาย เขากลับไม่ได้รักษาอิสลามและความเกรงกลัวต่อพระองค์เลย
เพราะการได้อยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งโสโครกนี่หรือ ดุนยาที่พวกเขาหลงและใช้ชีวิตอย่างงมงาย
แล้วคนที่จะได้รับการถ่ายทอดของความตกต่ำนี้ล่ะคือใคร........................ถ้าไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
เด็ก เด็ก เด็ก.............เด็กตัวเล็กๆ ตาใสๆ ไร้พิษภัย โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาจะเติบโต เป็นอย่างไรในอนาคตข้างหน้า
แต่...หากเขาได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับความรู้อย่างถูกต้องและมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจ เด็กเหล่านี้ก็จะเป้นประชาชาติที่ดีของอิสลามได้มิใช่หรอ????
แล้วเราจะทำอย่างไรต่อล่ะ ในฐานะที่เราเป็นอุมมะฮฺของอัลอิสลาม เราต้องคิด คิด และคิด
.........................................
....................................
............................
August 01 สาวยุคใหม่กับอาชีพแม่บ้าน…………A House Wifeสาวยุคใหม่กับอาชีพแม่บ้าน…………A House Wife
สาวๆสมัยนี้มีอิสระเสรีกว่าเก่ามาก
มีการศึกษาสูง มีงานทำที่ดี มีความมั่นใจในตัวเองสูง ฯลฯ สังคมเราได้นิยามสาวๆเหล่านั้นว่า มีความสำเร็จในชีวิตสูง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมาตรฐานหลักที่ใช้วัดว่า ใครประสพความสำเร็จในชีวิตมากกว่ากัน บางครั้ง คนเรามักจะใช้เรื่องพวกนี้ในการแบ่งว่า ใครฉลาดหรือใครไม่มีการศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม พอเรามาวิเคราะห์กันจริงๆ สิ่งที่สาวๆที่อยู่บ้าน “เฉยๆ“ ต้องทำ มี… ทำหน้าที่ภรรยาให้สามี ทำหน้าที่แม่ให้กับลูก ทำหน้าที่เป็นครูให้กับเด็กๆ สอนว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ลูกๆ เรื่องการบ้าน ทำหน้าที่เป็นนักจิตวิทยา ให้คำปรึกษาเวลาสามีหรือลูกๆมีปัญหา ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเวลาลูกๆเจอคนไม่ดีรังแก ทำหน้าที่ดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย วางแผนการใช้จ่ายในบ้าน ทำหน้าที่กุ๊กใหญ่ เตรียมอาหารการกิน ทำหน้าที่ช่างตัดเสื้อซ่อมแซมเสื้อผ้า ทำหน้าที่คนขับรถ ส่งลูกๆไปโรงเรียน พร้อมไปรับกลับบ้าน ทำหน้าที่ดูแลสิ่งของในบ้าน ต้องเช็คว่าขาดเหลืออะไร ทำหน้าที่เป็นโอเปอเรเตอร์รับโทรศัพท์ ทำหน้าที่เป็นรีเซฟชั่นต้อนรับแขกไปใครมา ทำหน้าที่พนักงานเสริฟ ฯลฯ ดูๆไปแล้วก็ไม่น้อยเลย แต่ก็แปลกเหมือนกัน เวลาสาวๆที่ทำงานในบ้านพวกนี้ หรือที่เราเรียกว่า แม่บ้าน หรือ “a house wife“ เจอคำถามที่ว่า
July 31 อารมณ์...ผลร้ายต่ออุมมะฮฺอิสลาม
อารมณ์...ผลร้ายต่ออุมมะฮฺอิสลาม
"...และบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ (พวกยิวและพวกคริสเตียน) มิได้ขัดแย้งกัน เว้นแต่หลังจากได้มีความรู้มายังพวกเขาแล้วเท่านั้น เนื่องจากความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังในระหว่างพวกเขาเอง..." สูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน : 19 ท่านอิมามอัส-สะอฺดียฺ (เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ.1376) ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลา ทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมอัลลอฮฺตะอาลา ถึงได้สั่งกำชับให้มุสลิมอยู่ร่วมกัน ในอิสลามห้ามแตกแยกกัน พระองค์สั่งมุสลิมว่าจงอย่าปฏิเสธสิ่งที่พระองค์ประทานลงมาให้แก่พวกเขาในอัลกุรอาน ความจริงชาวคัมภีร์มิได้แตกแยกกันจนกระทั่งหลังจากที่อัลลอฮฺตะอาลา ได้ประทานคัมภีร์ลงมาให้พวกเขา ซึ่งพระองค์ได้สั่งให้พวกเขาอยู่ร่วมกันด้วยดีเป็นญะมาอะฮฺ แต่พวกเขากลับฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์ พวกเขาต่างก็มีความอิจฉาริษยาได้ครอบงำพวกเขา ทำให้พวกเขาเกิดความเคียดแค้นและความเป็นศัตรูระหว่างกันเอง พวกเขาจึงขัดแย้งกัน และในที่สุดก็แตกแยกกันประสานกันไม่ลง ดังนั้น โอ้พี่น้องมุสลิมที่รักทั้งหลาย ได้โปรดระวังการกระทำเช่นนี้ ได้โปรดเถิด" จากตัยสีรุล กะรีมุรฺ เราะหฺมาน หน้า 701 ท่านชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ (เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ.728) ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลา ทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "อัลลอฮฺตะอาลา ได้อธิบายว่า การแตกแยกของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้รับความรู้จากพระองค์แล้วว่าอะไรที่ต้องทำ อะไรต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากอัลลอฮฺตะอาลา มิได้ปล่อยให้มนุษย์หลงทาง นอกจากจะให้ทางนำแก่พวกเขา จนกระทั่งเมื่อพระองค์ได้อธิบายแก่พวกเขาว่าสิ่งใดที่พวกเขาต้องทำ พวกเขาก็แตกแยกกัน และจากอายะฮฺนี้ พระองค์ยังได้บอกให้รู้ว่าเหตุผลที่พวกเขาแตกแยกกันก็เพราะบาฆียฺ (ความเป็นศัตรู ความอิจฉาริษยา ความเกลียดชังซึ่งกันและกัน) และบาฆียฺเกิดขึ้นเนื่องจากการไม่ยอมรับความจริงหรือไม่ก็ทำเกินขอบเขต ไม่ยอมทำสิ่งที่เป็นวาญิบ หรือไม่ก็ทำในสิ่งต้องห้าม ดังนั้นพึงทราบไว้เถิดว่า นี่แหละที่ทำให้เกิดความแตกแยกกัน)" จาก มัจญมูอฺ ฟะตาวา เล่ม 1 หน้า 14 รากเหง้าแห่งความชั่วร้าย อิมามอิบนุล ก็อยยิม (เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ.751) ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลาทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "ใครจะพูดเรื่องอะไรนั้น เขาจะต้องพูดบนพื้นฐานของความรู้และความถูกต้อง และจะต้องอิคลาศมีเป้าหมายเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อรสูลของพระองค์ และเป็นการแนะนำด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อพี่น้องมุสลิมทั้งหลาย แต่ถ้าหากว่าเขาทำให้ความถูกต้องมาตามอารมณ์ ตามความต้องการของเขาเองแล้วไซร้ นั่นจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างเลวร้าย มันจะทำลายจิตใจและการกระทำของผู้คน ตลอดจนกิจการทั้งหลายทั้งปวงของส่วนรวม อัลลอฮฺตะอาลา ได้กล่าวไว้ว่า "และถ้าหากว่าความจริงต้องคล้อยตามอารมณ์ปรารถนาของพวกเขา แน่นอนชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและที่อยู่ในระหว่างทั้งสองนั้นจะต้องเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน" สูเราะฮฺ อัล-มุมินูน : 71 ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกท่านจะศรัทธาอย่างแท้จริง จนกว่าเขาจะทำให้อารมณ์ความต้องการของเขาเป็นไปตามสิ่งที่ฉันนำมา" ฎออีฟ รายงานจาก อิบนุ อบีอาศิม (หมายเลข 15) ท่านหาฟิซ อิบนุ ร่อยับ กล่าวว่า หะดีษนี้อ่อน ดูใน "ญามิอุล อุลูม วัล-หิกัม" (อธิบายหะดีษ "40 หะดีษ นะวะวียฺ" หะดีษที่ 41) ดังนั้น ความรู้กับความยุติธรรมเป็นรากฐานของทุกๆความดี ในขณะที่ความอธรรมกับความโง่เขลาเป็นรากเหง้าของความชั่วทุกชนิด อัลลอฮฺตะอาลาได้ส่งรสูลของพระองค์มาพร้อมกับทางนำและอิสลาม พระองค์ได้มีบัญชาให้มนุษย์มีความยุติธรรมซึ่งกันและกัน และได้สั่งห้ามพวกเขาจากการทำอะไรตามอำเภอใจตามอารมณ์ปรารถนาของตัวเอง อัลลอฮฺตะอาลาได้กล่าวว่า "ดังนั้น ด้วยเหตุนี้ เจ้าจงเรียกร้องเชิญชวนสู่อิสลามและยืนหยัดอย่างมั่นคงตามที่เจ้าถูกบัญชามา และจงอย่าปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา และจงกล่าวว่า ฉันได้ศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮฺประทานลงมาแล้วในคัมภีร์ และฉันถูกสั่งให้ทำความยุติธรรมในระหว่างพวกท่าน อัลลอฮฺเป็นพระผู้อภิบาลของฉันและของพวกท่านด้วย สำหรับฉันก็คือการงานของฉัน สำหรับพวกท่านก็คือการงานของพวกท่าน ไม่มีการโต้แย้งใดๆระหว่างพวกเรากับพวกท่าน อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมพวกเราทั้งหมด และยังพระองค์คือการกลับไป" สูเราะฮฺ อัช-ชูรอ : 15 จาก มะดาริจญ อัส-สาลิกีน เล่ม 3 หน้า 532-533 ญิฮาดเป็นสิ่งจำเป็น ท่านชัยกุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ร่อหิมะฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลาทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน ได้กล่าวว่า "การญิฮาดต่อนัฟสฺ (จิตใจ) และอารมณ์ปรารถนาของจิตใจ เป็นพื้นฐานของการญิฮาดต่อพวกปฏิเสธศรัทธา (กาฟิรีน) และพวกกลับกลอก (มุนาฟิกีน) แท้จริงผู้หนึ่งผู้ใดจะไม่มีความสามารถทำสงครามญิฮาดต่อกาฟิรีนและมุนาฟิกีนได้ จนกว่าเขาจะทำสงครามญิฮาดต่อนัฟสฺและอารมณ์ปรารถนาของจิตใจของเขาเองเสียก่อน" อ้างโดย อิมาม อิบนุล ก็อยยิม ในหนังสือ "ซัมมุล ฮะวา วะ อิตติบาอิฮี" หน้า 28 ท่านชัยคฺ อัล-ฆุนัยมาน หะฟิซ่อฮุลลอฮฺ ขออัลลอฮฺตะอาลาทรงปกป้องคุ้มครองท่าน ได้กล่าวว่า "เป็นข้อบังคับแก่ผู้ศรัทธาทุกคน ที่เขาพูดเกี่ยวกับกิจการหนึ่งกิจการใดจากเรื่องราวทั้งหลายในอิสลาม คือเขาจะต้องมีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา มีความบริสุทธิ์ใจเพื่อความถูกต้องเพื่ออิสลาม และเขาจะต้องเอาชนะจิตใจของตัวเอง และต้องต่อสู้อย่างหนักต่อการตามอารมณ์ปรารถนาของจิตใจ จงอย่าให้อารมณ์ปรารถนาของจิตใจคล้อยตามเรื่องราวทั้งหลายของโลกดุนยา เช่นรักที่จะให้ผู้คนยกย่องสรรเสริญ แสวงหาชื่อเสียงลาภยศและความมีหน้ามีตา การมีสิ่งเหล่านี้มากๆ หรือมีสิ่งอื่นๆทำนองนี้มากๆ เขาก็จะได้เพียงความว่างเปล่าของโลกนี้เท่านั้น" อัล-ฮะวา วะ อาษาร่อฮูฟิล-คิลาฟ หน้า 20 July 19 อยากให้เขาเป็นดั่งต้นไม้ที่ร่มรื่นไปด้วยอัล-อิสลามAssalamualaikum....
หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงได้เขียนบทความแบบนี้ขึ้นมาได้ คิดอะไรอยู่หรือปล่าว? ถ้าทุกคนมองดูคนรอบข้างของคุณแล้วคุณจะไม่สงสัยเลยว่าทำไม เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือปล่าว? มันเกิดสิ่งดีๆขึ้นต่างหากค่ะ ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงมรสุมแห่งการนิกาหฺหรือแต่งงานนั่นเอง เป็นไงค่ะ พอฉันบอกแบบนี้แล้ว ทุกคนคง ถึงบางอ้อแล้วล่ะสิ แต่...ที่ฉันเขียนบทความนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อตัวเองหรอกน่ะค่ะ แต่อยากให้มุสลิมในปัจจุบันได้ตระหนักถึง การเลือกคู่ครองให้ดีหน่อยเพราะว่า ปัจจุบันนี้มีเคสคู่สามีภรรยาหลายคู่แล้วที่หย่ากัน ผู้นำครอบครัวหรือสามีเปรียบเสมือนต้นไม้ที่คอยกำบัง คอยปกป้องครอบครัวจากซัยตอนมารร้ายและให้ครอบครัวพ้นจากไฟนรก รักภรรยาและลูกเพื่ออัลลอฮฺและปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านนบีมูฮัมหมัด ดังเช่นฮะดีษ { قال رسول الله (ص) : { خير كم لأهله وأنا خير كم لإهلي "ท่านรสูลได้กล่าวว่า ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกท่านได้แก่บุคคลที่ปฏิบัติทำดีที่สุดต่อครอบครัวของเขาและฉันเป็นผู้ปฏิบัติทำดีที่สุดต่อครอบครัวของฉัน ในหมู่พวกท่าน" ดังนั้นสามีต้องพยายามเรียนรู้และเอาแบบอย่างจากรอซูล (ศ็อลฯ) เกี่ยวกับบทบาทของท่านต่อครอบครัว การเป็นผู้นำ ใครๆก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในบริษัทหรือองค์กรไหนๆก็ตาม แต่อยู่ที่เขาจะจัดการภายในองค์กรของเขาสำเร็จหรือปล่าว การเป็นผู้นำในองค์กรนั้น ไม่ค่อยแตกต่างกับการเป็นผู้นำครอบครัวนัก แต่การที่จะเป็นผู้นำที่ดีนี่สิมันยาก เพราะการจะเป็นผู้นำต้องเป็นผู้ที่มีทั้งอีหม่านและจริยธรรม คุณธรรมอยู่ในตัว มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว และจะเป็นผู้ที่คอยตักเตือนสมาชิกด้วย มุสลิมะฮฺทั้งหลายก่อนที่คุณจะลือกคู่่ครองนั้น จำเป็นที่คุณจะต้องดูด้วยว่าเขาเป็นอย่างไร การเลือกคู่ครองนั้นเราต้องดู ความมีอีหม่านของเขาก่อนเป็นอันดับแรก ต้องเลือกให้ดีๆ เพื่อจะได้มาเป็นโชเฟอร์ให้กับเรา และเป็นพ่อที่ดีให้แก่ลูกด้วย ************ -------------------------------------------------------
July 16 เมื่อผู้ชายมีน้อย ดั่งนั้น.....ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ อัสลามูอาลัยกุม วารอฮฺมาตุลลอฮฺ วาบารอกาตุฮ "โอ้บรรดาบุรุษทั้งหลาย รู้ไหมว่ามุสลิมะฮฺต้องการอะไรในตัวคุณ" เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วว่าทุกคนมีความต้องการ อยากได้สิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้ แต่ที่แน่ๆก็คือ ทุกคนต้องการคู่ครองที่ดีและเขาคน นั้นก็ต้องปฏิบัติตามกุรอานและสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ฉันได้อ่านบทความหลายบทความที่บรรดาบุรุษหรือคนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวอยากให้ เจ้าสาวหรือภรรยาของเขาเป็นดังเช่น พวกเขา(มุสลีมีน)ต้องการซึ่งมีหลายอย่างเลย แต่ในทางกลับกัน พวกคุณรู้หรือปล่าวว่า บรรดามุสลิมะฮฺหรือคนที่จะไปเป็นภรรยาของคุณในอนาคตนั้นอยากให้คุณเป็นไร อืม!! นั่นเป็นสิ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า พวกนางอยากให้คุณเป็นแบบอย่างแก่พวกนาง จะเป็น driver ที่จะนำพาพวกนางไปตามถนนหนทางที่ถูก ต้อง แต่......ในปัจจุบันพวกเราเห็นอะไรมั้ย? เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายที่จะเป็นผู้นำทั้งหลาย พวกเขาเหลือน้อยลงจริงๆตามที่ท่านนบีของเรา ได้บอกนั่นแหละ ขนาดพวกเขาเหลือน้อยแล้ว บางส่วนยังจะเป็นจำพวก ครึ่ง ญ ครึ่ง ช อีก เฮ้อ! เรื่องนี้เป็นเรื่องหนักใจสำหรับมุสลิมเราจิงๆ นะ หาทางแก้ไม่ได้สักที แต่ยังดีน่ะ ที่ยังเหลือคนดีๆกะเขาบ้าง อ้อ...ทุกคนคงอยากรู้แล้วสิว่าสาวๆอย่างเรา หวังหรืออยากให้พวกหมุ่มๆ เป็นอย่างไร งั้น??? ติดตามตอนต่อไปน่ะค่ะ
โอ้บรรดาหญิงเอ๋ย จงเป็นดั่งนี้เถิดครับبِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته โอ้บรรดาหญิงเอ๋ย จงเป็นดั่งนี้เถิดครับ
ภรรยาที่ศรัทธาในอัลลอฮฺ รักอัลลอฮฺยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด มากกว่าใคร ใคร ในโลก มากกว่าบิดา มารดา มากกว่าสามี และลูกๆ ภรรยาที่รักท่านร่อซูล(ซ.ล) ปฏิบัติตามแบบอย่างของท่าน เจริญรอยตามวิถีชีวิตของบรรดาอุมมะฮาต อัล-มุอฺมินีน "มารดาแห่งเหล่าศรัทธาชน" ภรรยาที่รักชีวิตครอบครัว มีความเป็นกุลสตรี ต้องการเป็นแม่บ้านที่ดี ด้วยเหตุที่เธอรู้ว่า.....นั่นคือการญิฮาดของเธอ ภรรยาที่ศึกษาอัล-กุรอาน และใช้ชีวิตไปตามครรลลองของอัลกุรอาน เพื่อที่เธอจะได้เป็นแม่บ้านที่ดี เป็นที่สุขตาสุขใจของฉัน ตลอดการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพราะฉันรู้ดีว่า อัลกุรอาน จะขัดเกลาให้เธอ เป็น หญิงที่ประเสริฐ เป็น ภรรยาที่น่ารัก เป็นแม่ที่รู้จักการเลี้ยงลูก เป็นผู้ผูกสายสัมพันธ์ของครอบครัว เธอรู้ไหม ? ว่า....ท่านร่อซูล(ซ.ล) กล่าวถึงพวกเธอไว้อย่างไร ท่านบอกว่า... "ดุนยาล้วนเต็มไปด้วยความสุขสันต์ แต่สุดยอดของความสุขสันต์บนโลกดุนยานี้คือ....ภรรยาที่ดี ใช่แล้ว....ภรรยาที่ดี คือความใฝ่ฝันของชายผู้ศรัทธาทุกคน คือเจตจำนงของอัล-อิสลาม ภรรยาที่มอบสิทธิการเป็นผู้นำให้กับสามี เพื่อการจัดวางระบบครอบครัวให้มีระเบียบ มีผู้นำ มีผู้ตาม อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสว่า: "บรรดาชายนั้นคือผู้ทำหน้าที่ปกป้องเลี้ยงดูบรรดาหญิง เนื่องด้วยการที่อัลลอฮฺได้ทรงให้บางคนของพวกเขา เหนือกว่าอีกบางคน และด้วยการที่พวกเขาได้จ่ายไป จากทรัพย์สินของพวกเขา" (อัลกุรอาน 4:34) และท่านร่อซูล(ซ.ล) ยังได้กล่าวอีกว่า " เพียงแค่นางละหมาดครบห้าเวลา ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน รักษาพรหมจรรย์ของนาง และเชื่อฟังสามีของนาง นางจะเข้าสวรรค์จากประตูใดก็ได้ ตามที่นางต้องการ" (ศอเหี้ยะ) ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหม การที่เธอจะได้เป็นหนึ่งจากชาวสวรรค์ จงภูมิใจเถิดที่เธอจะได้เป็นผู้ทวนกระแส ในวจนะที่กล่าวว่า "ในนรกจะมีสตรีมากกว่าบุรุษ" การเป็นภรรยา สตรีทุกคนทำได้ แต่การเป็นภรรยาที่ดี.. สตรีผู้ศรัทธาเท่านั้น ที่จะทำได้ เพราะเธอมีอัลกุรอาน และหะดีษ เป็นธรรมนูญ เธอจึงเป็น ภรรยาที่ สามีมองแล้วเย็นตาเย็นใจ ฟังเสียงแล้วรื่นรมย์ ได้กลิ่นแล้วหอมหวาน สัมผัสแล้วอ่อนโยน คิดถึงแล้วสุขใจ เธอจึงเป็นภรรยาที่ทำให้สามีรู้สึกว่า ตัวเองคือผู้มีความสุขที่สุดในโลก อิสลามสอนให้สามีต้องเป็นคน "ขี้หึง" เปล่า..ไม่ใช่หึงหวงแบบไร้เหตุ ผล หรือตามอารมณ์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจแต่มันคือความหึง....หวง....และห่วงใย ยอมไม่ได้ที่เธอจะผิดหลักการ ดังนั้นเธอจงละหมาดครบ 5 เวลา ขอเธอจงคลุมฮิญาบ ขอเธอจงอย่าสนทนาหรือให้คนแปลกหน้าเข้ามาบ้าน ขอเธอจงอย่าออกนอกบ้านโดยที่สามีไม่รู้ ขอเธอจงอย่าเอ่ยถึงชายอื่นต่อหน้าสามี ขอเธอจงอย่าแต่งตัวสวยนอกจากเพื่อฉันเท่านั้น โปรดอย่าได้ตำหนิว่าฉันขอมากไป หรือบังคับเข้มงวด เพราะถ้าฉันไม่ขอร้องเธออย่างนี้ ก็หมายความว่า ฉันไม่หึงหวงและห่วงใยเธอ เธอ...จะมาเป็นคู่ชีวิตของฉัน คู่ชีวิตที่หมายถึงผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ขอให้เธอเป็นคนแรกที่จะยินดีในความสำเร็จของฉัน และเป็นคนแรกที่จะเสียใจในความล้มเหลวของฉัน เป็นคนเดียวที่ยืนเคียงข้างฉัน ยามที่ฉันเผชิญกับปัญหา "นี่แหล่ะคู่ชีวิต"ฉันพยายามเต็มที่ในการสร้างฐานของครอบครัว ขอเพียงกำลังใจจากเธอ ขอเธอจงอดทนในยามที่ฉันยากจน และขอเธอมัธยัสถ์ในยามที่ฉันมั่งมี แล้วเธอจะเป็นสตรีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบุรุษ ก่อนที่ฉันจะเลือกเธอเป็นคู่แต่งงาน ฉันไม่ได้มองแค่ให้เธอมาเป็นภรรยา แต่ฉันมองหา "แม่ของลูก" เพราะเป้าหมายของฉัน ไม่ใช่แค่การสร้างครอบครัว แต่ฉันมีความมุ่งหมายจะสร้างสังคม สร้างประชาชาติอันดียิ่งให้กับท่านนบีมูฮัมมัด ดังนั้น สมาชิกของประชาชาติอิสลาม ต้องมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีงาม และเธอคือแหล่งกำเนิดที่ฉันได้เลือกสรรแล้ว ฉันจึงฝากฝังให้เธอเป็นผู้ให้กำเนิดบุตรหลานที่ดี ช่วยฉันในการอบรมดูแลพวกเขา แน่นอนเธออาจจะต้องผูกพันใกล้ชิดพวกเขามากกว่าฉัน เธอจึงเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ในกิจการอันยิ่งใหญ่นี้ ดังนั้นเธอจงช่วยฉันทำให้เขาเป็นคนดีของพระองค์ ไม่ตั้งภาคี...ดำรงการละหมาด...อดทน..ไม่เย่อหยิ่ง แล้วเราจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ ณ พระองค์ ในวันแห่งการตอบแทน เราไม่ได้แต่งงานกันเพื่อที่อยู่กันเพียงสองคน แต่เราแต่งงานกันเพื่อก่อให้เกิดคำว่า "เครือญาติ" เพื่อสร้างความเกี่ยวดอง ความเป็นพี่น้อง และความเป็นปึกแผ่นในหมู่ประชาชาติ ดังนั้น เมื่อคนสองคนแต่งงาน จะมีคนอีกอย่างน้อยสองตระกูลมาเกี่ยวพันกัน นี่คือผลงานชิ้นแรกที่คู่แต่ งงานได้ช่วยกันสร้างขึ้น สิ่งที่ทั้งสองต้องทำต่อไปคือ ดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์นี้ ด้วยการให้เกียรติเครือญาติของกันและกัน เพราะเครือญาติมีส่วนสำคั ญมากมาย ในการที่จะทำให้คู่ของทั้งสองคนดำรงอยู่ต่อไป หรือ..... ล่มสลาย เพราะว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต อะไรที่เธอปรารถนา มันคือสิ่งที่ฉันปรารถนาเช่นกัน อะไรที่รู้สึก มันก็คือความรู้สึกของฉัน เราจะดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งความรู้สึกของร่างกาย และความปรารถนาของหัวใจ สิ่งใดที่เธอสุขใจ ฉันจะขวนขวายทำมันให้เต็มที่ สิ่งใดที่เธอไม่พอใจ ฉันจะหลบลี้หนีห่าง ขอเพียงเธอเอาใจใส่ความรู้สึกของฉัน ให้เกียรติฉัน ทั้งที่ลับและที่แจ้ง ให้เธอเป็นนำเย็น ยามที่ฉันเป็นไฟ และฉันก็เช่นกัน จะเป็นน้ำเย็นยามที่เธอเป็นไฟ
June 27 บทบาทใหม่ของฉันผ่านมาไม่กี่สัปดาห์นี่เองที่ฉันต้องเหนื่อยกับการรบกับเด็กนักเรียน
นี่....คือบทบาทอีกอย่างนึงของฉันและถือเป็นบทบาทใหม่ที่ท้าทายเป็นอย่างมาก
ฉันได้รับหน้าที่ในการเป็นครูตั้งแต่วันที่ 28 เดือนที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ทำงาน
ในฐานะครู ฉันเพิ่งรู้สึกเดี๋ยวนี้เองว่าการเป็นครูนั้นเหนื่อยมากๆไม่ว่าจะต้องอดทนและ
รับมือกับนักเรียนแล้วยังต้องอดทนกับสิ่งหลายๆอย่างในโรงเรียนอีกด้วย
การที่คนคนนึงจะมาเป็นครูได้นั้น จะต้องเป็นคนที่รักเด็กจริงๆและอีกอย่างนึง
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆก้อคือ....จะต้องเป็นคนที่อดทนด้วย แรกๆบางคนอาจจะ
เป็นคนที่ใจร้อนมาก่อนแต่เมื่อเป็นครูแล้ว จะมีหลายๆสิ่งที่จะสอนให้เราอดทน
กับมันได้ ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ฉันประสบอยู่ ณ ตอนนี้ และนี่...อาจจะเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺกำลัง
ทดสอบฉันอยู่ก้อได้
โรงเรียนที่ฉันเป็นครูอยู่ตอนนี้เป็นโรงเรียนมัธยม ที่ใครๆก้อบอกว่าเด็กโรงเรียนนี้เกเรมาก
ถ้าหากฉันได้เป็นครูที่นั่นแล้วจะเหนื่อยมากกว่าเป็นครูโรงเรียนรัฐอื่นๆ
พอฉันได้ไปอยู่ที่นั่นจริงๆมีอะไรเยอะแยะที่ฉันไม่รู้ เด็กนักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่แล้ว
จะเป็นนักเรียนที่มีปัญหาทางครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่ปกติไม่ได้อยู่บ้าน เช่น
พ่อแม่ไปทำงานมาเลย์ พ่อแม่แยกทางกัน พ่ออยู่ในคุก ซึ่งพ่อแม่นี่แหละคือคนที่เด็กๆ
ต้องการความรักความเอาใจใส่แก่เขา แต่เขากลับไม่ได้รับสิ่งนี้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งกลับกันกับ
เด็กที่มีพ่อแม่อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่ฉันรู้แล้วรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก
การที่ฉันสอนที่นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันมีการเป็นแปลงในตัวเองทั้งทางดีและไม่ค่อยดี
ใช่!!กับฉันเกิดการพัฒนามากขึ้นโดยเฉพาะความรู้ แต่สิ่งที่ไม่ค่อยดีก้อคือ การไม่ค่อยมีเวลา
ให้กับตัวเองและที่บ้าน แต่...ก้อนั่นแหละน่ะ เป็นสิ่งที่ฉันต้องปรับปรุงตัวเองให้ดีมากกว่านี้
แต่ที่แน่ๆทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า ครูนั้นสำคัญกับชีวิตในการเป็นนักเรียนจริงๆ.......
May 20 บทบาทคัดลอกจากหนังสือ บาบาท
โดย ฮิญาบขาว
เด็กน้อยวัยสองขวบยื่นขวดนมเปล่าให้ตาทวด....
ชายชรารับมาชง ดูเหมือนะเป็นน้ำหวานมากกว่าที่จะเรียกว่า น้ำนม เพราะไม่สมสัดส่วนที่ควรจะเป็น
ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเมื่อเด็กน้อยรับมาดื่มทันทีด้วยความคุ้นเคยและพอใจกับรสชาติอย่างนี้ ชายชราเตรียมเปลผ้าเก่าๆ
ที่มีรอยปะอยู่เต็ม เพื่อจะให้เหลนนอน...
เด็กน้อยหลับไปแล้ว ชายชรายังคงแกว่งเปลเบาๆ นึกถึงสภาพชีวิตในวันนี้และวันวาน ชายชราปล่อยความคิด
ให้ย้อนกลับสู่อดีตอย่างเลื่อนลอย ชีวิตที่ล่วงเลยมาแล้วเจ็ดสิบปี เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่ามายังคงเด่นชัดในความทรงจำ...
ชีวิตกับบทบาทที่เขาได้รับไม่ว่าจะเป็นบทบาทของลูก... ของน้อง... ของพี่...ของศิษย์... ของสามี... ของพ่อ...
ของปู่... ของตา... และปัจจุบันเขากำลังรับบทบาทของตาทวดต่อหลานสาววัยสองขวบที่มีนามว่า ชาฮีดา ทุกบทบาท
ที่เขาได้รับเขาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด... บัญชีแห่งความดีคามชั่วถูกบัญทึกเต็มแล้วทุกหน้า... สำหรับเขาคงจะเหลือ
อีกไม่เพียงกี่หน้าที่จะได้ปิดบัญชี... ชายชราน้ำตาไหลเมื่อนึกถึงวันนั้น
ชายชราเปิดกระป๋องนมที่ยังเหลือเพียงแค่ช้อเดียว คงต้องซื้อขวดใหม่แล้ว เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องอีกใบซึ่งสนิมริมเกาะกิน...
ชายชราเปิดฝาเพื่อจะดูว่าในนั้นจะยังเหลือเศษตังค์อีกเท่าไหร่ เขาหยิบเศษตังค์มานับดูไม่พอสำหรับจะซื้อนมขวดใหม่ในวันพรุ่ง
ดึกแล้วแต่เด็กน้อยยังคงร้องอยู่อีก ถึงแม้บ้านชายชราจะอยู่ท้ายหมู่บ้าน แต่เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของชาฮีดายังดังชัด
จนหะซันซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้กว่าคนอื่นทั้งหมดต้องไปดูเพราะทนฟังเสียงร้องไม่ได้
"โตะแว...ชาฮีดาเป็นอะไร" หะซันถามอยู่ข้างล่างก่อนจะขึ้นบนบ้าน เขาเข้าไปดูเด็กน้อยที่นอนอยู่ในเปลที่เริ่มหยุดร้องแล้ว
หะซันสังเกตขวดนมที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ รู้สึกว่าน้ำนมผิดปกติจึงหยิบขึ้นมาดู
"น้ำอะไร.."หะซันถามด้วยความรู้สึกโกรธชายชราเมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่น้ำนม
ชายชราก้มมองพื้นเพื่อจะปกปิดความรู้สึกปวดร้าวในแววตาก่อนจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
"น้ำแป้งข้าวจ้าว" ชายชราเริ่มรู้สึกผิดที่เอาแป้งข้าวจ้าวละลายน้ำแล้วใส่น้ำตาลให้เหลนกินเพราะไม่มีทางเลือก
"ไม่น่า ชาฮีดาถึงได้ร้องนักคงจะปวดท้อง วันหลังอย่าทำอย่างน้อีก" พูดจบหะซันก็ลงไป เมื่อเห็นชาฮีดาหลับแล้ว
เช้าวันนี้ชายชราเห็นนมกระป๋องใหญ่ น้ำตาล ขวดนม และเงินอยู่ในถุงบนชานบ้าน ต้องเป็นของหะซันอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเวลาผ่านไปชายชราเริ่มเจ็บไข้ได้ป่วย เขากังวลอยู่เรื่องเดียวคือ เหลนสาวจะอยู่กับใคร หลังจากเขาเสียชีวิต ชายชรา
ไม่เห็นใครนอกจากหะซันจึงได้สั่งเสียแกมขอร้อง ให้หะซันช่วยเลี้ยงชาฮีดาด้วย และขอให้หะซันช่วยขายที่ดินแปลงสุดท้ายที่เขามีอยู่ขณะนี้
เพื่อนำเงินมาเลี้ยงชาฮีดา แต่ที่ดินตรงนั้นก็ยังอย่โดยไม่ได้ขายและมันก็เป็นของชาฮีดาด้วย
หลังจากที่ฟังจบ ชาฮีดาเงียบอยู่นานรู้สึกสับสนชั่ววูบแต่เมื่อนึกถึงอัลลอฮฺความคิดและจิตใจกลับสงบลง
"ตลอดเวลาที่ผ่านมาแล้วยี่สิบปี ที่แม่ไม่ได้เล่าให้ลูกฟัง ไม่ใช่ว่าแม่จะปิดบังแต่แม่จะรอให้ลูกโต พอที่จะเข้าใจในกฎสภาวะการณ์
หรือ กอฎอกอดัร ที่อัลลอฮฺทรงลิขิตใว้แล้ว..." ฆะซะนะฮฺซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของชาฮีดากล่าวด้วยเสียงเครือ
"แล้วพ่อทันเลี้ยงหนูได้กี่ปีค่ะ"ชาฮีดาถามถึงพ่อบุญธรรมคือหะซันนั่นเอง
"ทันเลี้ยงหนูได้แปดปี พอลูกอายุได้สิบปีพ่อประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต" หะซะนะฮฺสีหน้าเศร้า
"ชาฮีดา" หะซะนะฮฺเรียกเบาๆ
"ค่ะ"
"แม่กลัวว่าลูกจะมีความรู้สึกกับแม่เปลี่ยนไปหลังจากที่รู้ความจริง"
ชาฮีดาโอบแม่ไว้ด้วยความรัก
"แม่อย่ากังวลเลยค่ะ เพราะหนูรู้สึกว่าหนูรักแม่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก"เธอยิ้มให้แม่ด้วยความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
"แม่เชื่อว่าลูกใความศรัทธาในเรื่องกอฎอกอดัรเป็นอย่างดี"
"อัลฮัมดุลิลลาฮฺ...แม่ค่ะ เราจะรับบทบาทเป็นอะไรก็แล้วแต่ ที่สำคัญคือ เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อจะไม่ต้องถูกสอบสวน
หนูถูกตักดีรให้รับบทบาทเป็นลูกของแม่ ฉะนั้นหน้าที่ของหนูคือต้องเป็นลูกที่กตัญญู แม่อย่าห่วงเลยน่ะค่ะ"
วันนี้หมอนัดให้มาล้างแผลที่โดนเศษแก้ววันก่อน ชาฮีดาจึงมาคิวแต่เช้า คนไข้เริ่มทยอยกันมาเรื่อยๆ เพียงไม่นานคนไข้
ก็เต็มจนไม่มีเก้าอี้ให้นั่นอีก ชาฮีดารู้กสึกสะดุดตากับเดกชายวัยประมาณห้าหกเดือนที่หญิงสาวสวยอายุคงอ่อนกว่าเธอ
หลายปีกำลังอุ้มอยู่ เด็กน้อยจ้องมองเธอ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ จริงซิน่ะที่เขาว่าเด็กและคนชราทำให้โลกมีรอยยิ้ม
ชาฮีดามองเด็กน้อยเพลินจนถึงเวลาที่หมอเริ่มเรียกคิว
ชาฮีดาออกจากห้องล้างแผล
"ช่วยอุ้มน้องหน่อยได้ไหมค่ะ จะเข้าไปล้างแผล" เธอคนนั้นบอกพร้อมยื่นลูกให้ ชาฮีดารับเด็กน้อยด้วยความเต็มใจ
"กลับกับอะไรค่ะ"ชาฮีดาถามหลังจากเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโรงพยาบาล
"รถเมล์" เธอตอบพร้อมยื่นมือรับลูก
ชาฮีดารีบหยิบเงินในกระเป๋าให้เด็กน้อย
"ไว้กินขนมน่ะจ๊ะ" เธอหยิกแก้มเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ลูกน่ารักมากเลยน่ะค่ะ"
เธอคนนั้นมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเมื่อชาฮีดาเอ่ยคำว่าลูก
"เอ๊ะ! หรือว่าเป็นน้อง ขอโทษน่ะค่ะถ้าเข้าใจผิด"
"คุณเข้าใจถูกทั้งสอ" เธอคนนั้นพูดพร้มกับกัมหน้าไม่ยอมสบตา
ชาฮีดารู้สึกงงไม่เข้าใจที่เธอคนนั้นบอก... รถเมล์มาพอดี
"ลูกของฉันมีพ่อและตาคือคนเดียวกัน" เธอคนนั้นหันมาบอกชาฮีดาก่อนที่จะก้าวขึ้นรถไป
เมื่อเข้าใจในความหมายว่าประโยคนั้นคืออะไร ชาฮีดารู้สึกหน้ามืดเข่าอ่อน เธอรีบนั่งลงบนเก้าอี้ทันที เธออยากตะโกนถามดังๆ ว่า
"ทำไม... โลกมันช่างสกปรกจนน่าขยะแขยงเช่นนี้" เธอได้แค่เพียงตะโกนถามตัวเองในใจด้วยความหดหู่
"โอ้อัลลอฮฺ ทำไมมนุษย์จึงแสดงนอกบทบาท... หรือเพราะมนุษย์มีความื้อดึง... โอ้อัลลอฮฺขอให้บ่าวของพราะองค์ได้
ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทที่พระองค์ทรงลิขิตไว้ให้ดีที่สุดด้วยเถิด"...อามีนยาร็บบัลอาลามีน
....................
....................
.....
........
บทบาทที่มนุษย์ทุกคนจะต้องแสดงบนเวทีแห่งดุนยาคือ...
บทของ "บ่าว" ผู้จงรักภักดี
แต่ ! ทำไมมนุษย์ต้องผันบทแสดงกลายเป็น...
บทของ "นาย" ผู้ยโสโอหัง
ดังนั้น...เวทีแห่งอาคีระฮฺที่นั่นจะประกาศรางวัล
สำหรับนักแสดง "ยอดเยี่ยม"
........
..... February 15 เรื่องของมุสลิมะฮฺคนหนึ่งมุสลิมะฮฺ เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ
แต่ไม่ธรรมดาในความรู้สึกของเธอก้อ คือ การที่เธอได้เข้าไปอยู่ในรั้วมหาลัย
และใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาที่เธอและใครๆก้อต้องการอยากเป็น
ในระยะเวลา 4 ปีที่เธอได้อยู่ในมหาลัยแห่งนั้น เธอได้รับประสบการณ์มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมในองค์กรหนึ่งในมหาลัยก้อดี หรือ การได้รู้จักเพื่อนๆมากมาย
ที่มาจากต่างสถานที่ ต่างครอบครัว ต่างความคิดและนิสัย แต่ไม่ต่างศรัทธานั้น
เธอถือว่าเป็นประสบการณ์ชิวิตอีกแบบหนึ่งที่แค่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และจิงใจที่จะมีและทำมันก้อเพียงพอแล้ว
และสิ่งสำคัญยิ่งที่เธอได้รับมานั้นมันมากเกินบรรยายจิงๆ แต่เธอต้องบอก เผื่อเพื่อนที่กำลังอ่านอยู่บางคน
อาจจะมีประสบการณ์ชีวิตอย่างเธอก้อเป็นได้ เธอได้รับทั้งความอดทนที่จะทำงานแต่ละอย่าง
การได้รับการขัดเกลาจิตใจในยามที่อีหม่านอ่อนของนักดาอีย์และดาอียะฮฺ การทำงานอย่างเต็มรูปแบบของการทำงานเป็นทีม
การได้เรียนรู้วิธีการตักเตือนซึ่งกันและกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน ซึ่งสิ่งนี้เธอได้เห็นความบกพร่องของตัวเองอย่างแท้จิง
ทั้งการเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺและผู้ตามที่ดีของท่านนบีมูฮัมหมัด (ศ็อลฯ)
การที่จะเป็นบ่าวที่ดีและเพียบพร้อมของอัลลอฮฺนั้นเป็นการกระทำที่ยากนัก ถ้าหากเราอยู่ในสังคมสมัยนี้
แต่การพยายามที่จะเป็นเช่นนั้นก้อดีกว่าการพูดแต่ไม่ปฏิบัติ February 09 เปลี่ยนเปลงไปในทางที่ดีอัสลามุอาลัยกุม เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆนักอ่านทุกท่าน
อัลฮัมดุลิลลาฮฺและขอซูโกรต่อเอกอลค์อัลลอฮฺที่ได้ให้โอกาสให้เราหายใจต่อจนถึงตอนนี้
แต่เราได้ให้อะไรแก่พระองค์บ้างหรือยัง??????
เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างมั้ยว่า "ตั้งแต่เกิดมา เราได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง??"
จากทารกก้อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เหมือน ต้นกล้าที่เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง
จากแค่รู้ ก.ไก่ ข.ไข่ อ่านหนังยังไม่ออก ก้อมาเข้าใจ และรู้ภาษามากมาย เช่นภาษาอังกฤษ อาหรับ
จากปประถมไปมัธยมแล้วก้อไต่เต้าขึ้นมามหาวิทยาลัย
จากการเป็นนักเรียนก้อมาเป็นนักศึกษา
เหตุผลนั่นก้อมาจากเวลา ยิ่งเวลเดินไปนานแร็วเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราก้อจะมากขึ้นเท่านั้น
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในตัวเรานั่นหล่ะ เคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่า มันเปลี่ยนไปในทางที่ดี หรือป่าว???
แล้วเราจะวัดกันตรงไหนล่ะว่ามัน ดี หรือ ไม่ดี......
การที่เราอยู่ในสังคม ซึ่งมีคนหลายประเภทเช่นนี้ ไม่มีตัวอย่างไหนที่ดีและสมบูรณ์เท่า
"นบี มูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮูอาลัยฮิวะซัลลัม" ท่านเท่านั้นที่เราสามารถถามตัวเองว่าเราได้ทำตามท่านหรือป่าว
January 16 ความอดทน....อดทน"ความอดทนคือส่วนหนึ่งของคสามศรัทธา" "........." "....................." "............................." ".........." คำนี้ฉันได้ยินมันตั้งแต่จำความได้ ด้วยกับที่ฉันเป็นพี่สาวคนโตแล้ว แม่กับพ่อก้อยิ่งใช้คำนี้กับฉัน...... แต่ตอนนั้นฉันยังเด็กก้อเลยไม่สนใจคำนี้เท่าไหร่ ............................................ พูดถึงความอดทนแล้ว ทุกคนล้วนต้องมีมัน แต่อยู่ี่ลิมิตของแต่ละคนว่า จะมีมันมากหรือน้อย ความอดทนของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ตามสถานะภาพของแต่ละคน เช่น ,,,,ความอดทนของ แม่ ,.... พ่อ, พี่น้อง เพื่อน สามี-ภรรยา สำหรับฉันแล้วความอดทนของฉัน คือ การได้รับบททดสอบที่หนักหนามากจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ยิ่งฉันต้องอดทนมากเท่าไหร่ ฉันก้อรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่่มากขึ้น ด้วยกับประโยคอีกประโยคหนึ่ง ที่ทำให้ฉันมีจิตใจที่เข้มแข็ง ""......การได้รับบททดสอบมากเท่าไหร่ ก้อเท่ากับว่า อัลลอฮฺก้อจะรักบ่าวผู้ภักดีนั้นมากขึ้น......"" October 15 กระแสธารที่ไม่เปลี่ยนแปลงปัจจุบันสังคมที่อยู่รอบๆตัวเรานั้นมีความหลากหลาย ทั้งทางด้าน ทฤษฎี,ความคิด,ระบบและแนวทางการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยที่มีผู้ที่คอยดูแลมันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระบบจักวาลหรือแม้กระทั้ง เซลล์ในตัวสิ่งมีชีวิต แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ถึงแม้ สังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขนาดไหน สิ่งนี้ก็ไม่เปลี่ยนตามกาลเวลา นั้นคือ “กระแสธารแห่งอิสลาม” ที่เป็นวัฒนธรรมแข็ง (hard culture) ก็ยังคงตั้งหมั่นอยู่บนหลักการความเข้าใจในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทุกๆด้านตั้งแต่ 1400 กว่าปีมาแล้ว
ถึงแม้ กระแสธารอันเชี่ยวกราดของสังคมนิยมและวัตถุนิยมจะรุนแรงถึงขนาดทำให้ มุสลิม(ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม) ปฏิเสธกระแสธารแห่งอิสลาม ที่ไหลย้อน ทวนกระแสสังคม(ญาฮีลียะฮฺ)ปัจจุบัน ก็ไม่ทำให้ศาสนาที่มีศาสดาชื่อว่า มูฮำหมัด (ซล.)เปลี่ยนแปลงไป และสิ่งที่เรามองเห็นคือการเปลี่ยนแปลง ของมุสลิมมิใช้อิสลาม
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า "และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นจากอิสลามแล้ว ศาสนานั้นก็จะไม่ถูกรับจากเขาเป็นอันขาด(1)และในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน" (อาละอิมรอน:85)
จากอายะฮฺข้างต้น เราคงมิอาจปฏิเสธ “กระแสธารแห่งอิสลาม” อีกต่อไป และเราจะทวนกระแสธารอันเชี่ยวกราดของสังคม(ญาฮีลียะฮฺ)ได้อย่างไร? และเรือลำไหนที่สามารถทวนกระแสนี้ได้? คำตอบคือ เรามีเรือหลายลำที่เราสามารถเลือกได้ แต่มีอยู่ลำเดียวเท่านั้นที่มีเส้นทางการเดินเรือที่จะนำพาเราสู่จุดหมาย(สวนสวรรค์)ได้อย่างปลอดภัย เพราะเรือลำนี้มีเส้นทางการเดินเรือที่ตาม กีตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺ เท่านั้น ส่วนเรือลำอื่นๆก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันแต่เส้นทางการเดินเรือนั้น มิได้ตามกีตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺ ฉะนั้นมันมิได้ลำบากแม้แต่น้อยที่จะทวนกระแสสังคม(ญาฮีลียะฮฺ) ขอเพียงเราเลือกสิ่งทีถูกต้องในการดำเนินชีวิตที่มีจุดหมายปลายทางคือ สวนสวรรค์ ของอัลลอฮ
ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองมุสลิมีนและมุสลีมะฮฺทั้งโลกนี้และโลกหน้า
ประทีป แห่ง สัจธรรม พี่สาว...ที่รักพี่สาว...
เข้มแข็ง อดทน กับอุปสรรคที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เพราะนั่นเป็นบททดสอบของอัลลอฮฺ
ขอให้คิดอยู่ตลอดว่าอัลลอฮฺจะอยู่เคียงข้างเรา จะอยู่กับเรา
บททดสอบนี้อาจจะเป็นแค่บททดสอบที่เล็ก ๆ
แต่จะมีอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้อีก
พี่สาวที่รัก...
นี่คือบททดสอบที่จะทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น
แค่หากเราอดทนและเข้มแข็ง เท่านั้นอง
"ความอดทนคือส่วนหนึ่งของความศรัทธา"
จำไว้ให้ขึ้นใจ September 10 ผู้หญิงที่ดูหมิ่นอัลลอฮฺ (ซ.บ) (แต่ภาษามลายูน่ะ)Gadis Yang Menghina Allah
Pada suatu hari, seorang gadis yang terpengaruh dengan cara hidup masyarakat Barat menaiki sebuah bas mini untuk menuju ke destinasi di wilayah Iskandariah. Malangnya walau pun tinggal dibumi yang terkenal dengan tradisi keislaman, pakaian gadis tersebut sangat menjolok mata.
Bajunya agak nipis dan seksi hampir terlihat segala yang patut disembunyikan bagi seorang perempuan dari pandangan lelaki ajnabi atau mahramnya. Gadis itu dalam lingkungan 20 tahun. Di dalam bas itu ada seorang tua yang dipenuhi uban menegurnya. "Wahai pemudi! Alangkah baiknya jika kamu berpakaian yang baik, yang sesuai dengan ketimuran dan adat serta agama Islam kamu, itu lebih baik daripada kamu berpakaian begini yang pastinya menjadi mangsa pandangan liar kaum lelaki...." nasihat orang tua itu. Namun, nasihat yang sangat bertetapan dengan tuntutan agama itu dijawab oleh gadis itu dengan jawapan mengejek. "Siapalah kamu hai orang tua? Apakah di tangan kamu ada anak kunci syurga? Atau adakah kamu memiliki sejenis kuasa yang menentukan aku bakal berada di syurga atau neraka?" Setelah menghamburkan kata- kata yang sangat menghiris perasaan orang tua itu gadis itu tertawa mengejek panjang. Tidak cukup setakat itu, si gadis lantas cubamemberikan telefon bimbitnya kepada orang tua tadi sambil melafazkan kata kata yang lebih dahsyat. "Ambil hanphone ku ini dan hubungilah Allah serta tolong tempahkan sebuah bilik di neraka jahannam untukku," katanya lagi lantas ketawa berdekah-dekah tanpa mengetahui bahawasanya dia sedang mempertikaikan hukum Allah dengan begitu biadab. Orang tua tersebut sangat terkejut mendengar jawapan dari si gadis manis. Sayang wajahnya yang ayu tidak sama dengan perilakunya yang buruk. Penumpang-penumpang yang lain turut terdiam ada yang menggelengkan kepala kebingungan. Semua yang di dalam bas tidak menghiraukan gadis yang masih muda i tu yang tidak menghormati hukum hakam itu dan mereka tidak mahu menasihatinya keranakhuatir dia akan akan menghina agama dengan lebih teruk lagi. Sepuluh minit kemudian bas pun tiba perhentian. Gadis seksi bermulut celupar tersebut di dapati tertidur di muka pintu bas. Puas pemandu bas termasuk para penumpang yang lain mengejutkannya tapi gadis tersebut tidak sedarkan diri. Tiba tiba orang tua tadi memeriksa nadi si gadis. Sedetik kemudian dia menggelengkan kepalanya. Gadis itu telah kembali menemui Tuhannya dalam keadaan yang tidak disangka. Parapenumpang menjadi cemas dengan berita yang menggemparkan itu. Dalam suasanakelam kabut itu, tiba tiba tubuh gadis itu terjatuh ke pinggir jalan. Orang ramai segera berkejar untuk menyelamatkan jenazah tersebut. Tapi sekali lagi mereka terkejut. Sesuatu yang aneh menimpa jenazah yang terbujur kaku di jalan raya. Mayatnya menjadi hitam seolah olah dibakar api. Dua tiga orang yang cubamengangkat mayat tersebut juga kehairanan keranatangan mereka terasa panas dan hampir melecur sebaik saja menyentuh tubuh si mayat. Akhirnya mereka memanggil pihak keselamatan menguruskan mayat itu. Begitulah kisah ngeri lagi menyayat hati yang menimpa gadis malangtersebut. *Dipetik dari majalah Iskandariah Mesir 'MANAR ISLAM'
August 19 study เรียน study การเรียนนั้นสำคัญกับทุกคนมาก
อิสลามยังได้บอกเลยว่า"จงเรียนเถอะตั้งแต่อยู่บนเปลจนถึงหลุมฝังศพ"
ดังนั้นอยากให้เพื่อนๆ ทุกคนเรียนให้มาก ๆ
การเรียนนั้นจะทำให้อิสลามของเรามีความเข้มแข็งมากขึ้น
แต่ในตอนนี้จะเห็นได้ว่าอิสลามตกต่ำมากเพราะว่า
"ความขี้เกียจ"
แต่นี่แค่สาเหตุนึงเท่านั้น
ในอนาคตยังนึกไม่ออกเลยว่าอิสลามจะเป็นอย่างไรต่อไป
แค่รู้ว่าสุดท้ายอิสลามก็คือศาสนาเดียวที่
จะเหลือในวันที่ใกล้วันอาคีรัต
แต่ ณ ปัจจุบันนี้เราในฐานะประชาชาติมุสลิมที่เราจะช่วยศาสนาของเราได้ก็คือ
ทำอย่างไรที่ช่วยยกฐานะของศาสนาของเราให้สูงขึ้น
เรียนเถอะพวกเรา การเรียนนั้นไม่ใช่แค่การเข้าไปเรียนในโรงเรียน หรือมหาลัยเท่านั้น
แต่มีอีกหลายอย่างที่เราสามารถเรียนรู้จากภายนอกได้
เรียน
study
الدرس |
|
|