Noor Eman's profile...::""v""::....أحبكم في...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
July 19 อยากให้เขาเป็นดั่งต้นไม้ที่ร่มรื่นไปด้วยอัล-อิสลามAssalamualaikum....
หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงได้เขียนบทความแบบนี้ขึ้นมาได้ คิดอะไรอยู่หรือปล่าว? ถ้าทุกคนมองดูคนรอบข้างของคุณแล้วคุณจะไม่สงสัยเลยว่าทำไม เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือปล่าว? มันเกิดสิ่งดีๆขึ้นต่างหากค่ะ ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงมรสุมแห่งการนิกาหฺหรือแต่งงานนั่นเอง เป็นไงค่ะ พอฉันบอกแบบนี้แล้ว ทุกคนคง ถึงบางอ้อแล้วล่ะสิ แต่...ที่ฉันเขียนบทความนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อตัวเองหรอกน่ะค่ะ แต่อยากให้มุสลิมในปัจจุบันได้ตระหนักถึง การเลือกคู่ครองให้ดีหน่อยเพราะว่า ปัจจุบันนี้มีเคสคู่สามีภรรยาหลายคู่แล้วที่หย่ากัน ผู้นำครอบครัวหรือสามีเปรียบเสมือนต้นไม้ที่คอยกำบัง คอยปกป้องครอบครัวจากซัยตอนมารร้ายและให้ครอบครัวพ้นจากไฟนรก รักภรรยาและลูกเพื่ออัลลอฮฺและปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านนบีมูฮัมหมัด ดังเช่นฮะดีษ { قال رسول الله (ص) : { خير كم لأهله وأنا خير كم لإهلي "ท่านรสูลได้กล่าวว่า ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกท่านได้แก่บุคคลที่ปฏิบัติทำดีที่สุดต่อครอบครัวของเขาและฉันเป็นผู้ปฏิบัติทำดีที่สุดต่อครอบครัวของฉัน ในหมู่พวกท่าน" ดังนั้นสามีต้องพยายามเรียนรู้และเอาแบบอย่างจากรอซูล (ศ็อลฯ) เกี่ยวกับบทบาทของท่านต่อครอบครัว การเป็นผู้นำ ใครๆก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในบริษัทหรือองค์กรไหนๆก็ตาม แต่อยู่ที่เขาจะจัดการภายในองค์กรของเขาสำเร็จหรือปล่าว การเป็นผู้นำในองค์กรนั้น ไม่ค่อยแตกต่างกับการเป็นผู้นำครอบครัวนัก แต่การที่จะเป็นผู้นำที่ดีนี่สิมันยาก เพราะการจะเป็นผู้นำต้องเป็นผู้ที่มีทั้งอีหม่านและจริยธรรม คุณธรรมอยู่ในตัว มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว และจะเป็นผู้ที่คอยตักเตือนสมาชิกด้วย มุสลิมะฮฺทั้งหลายก่อนที่คุณจะลือกคู่่ครองนั้น จำเป็นที่คุณจะต้องดูด้วยว่าเขาเป็นอย่างไร การเลือกคู่ครองนั้นเราต้องดู ความมีอีหม่านของเขาก่อนเป็นอันดับแรก ต้องเลือกให้ดีๆ เพื่อจะได้มาเป็นโชเฟอร์ให้กับเรา และเป็นพ่อที่ดีให้แก่ลูกด้วย ************ -------------------------------------------------------
July 16 โอ้บรรดาหญิงเอ๋ย จงเป็นดั่งนี้เถิดครับبِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته โอ้บรรดาหญิงเอ๋ย จงเป็นดั่งนี้เถิดครับ
ภรรยาที่ศรัทธาในอัลลอฮฺ รักอัลลอฮฺยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด มากกว่าใคร ใคร ในโลก มากกว่าบิดา มารดา มากกว่าสามี และลูกๆ ภรรยาที่รักท่านร่อซูล(ซ.ล) ปฏิบัติตามแบบอย่างของท่าน เจริญรอยตามวิถีชีวิตของบรรดาอุมมะฮาต อัล-มุอฺมินีน "มารดาแห่งเหล่าศรัทธาชน" ภรรยาที่รักชีวิตครอบครัว มีความเป็นกุลสตรี ต้องการเป็นแม่บ้านที่ดี ด้วยเหตุที่เธอรู้ว่า.....นั่นคือการญิฮาดของเธอ ภรรยาที่ศึกษาอัล-กุรอาน และใช้ชีวิตไปตามครรลลองของอัลกุรอาน เพื่อที่เธอจะได้เป็นแม่บ้านที่ดี เป็นที่สุขตาสุขใจของฉัน ตลอดการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพราะฉันรู้ดีว่า อัลกุรอาน จะขัดเกลาให้เธอ เป็น หญิงที่ประเสริฐ เป็น ภรรยาที่น่ารัก เป็นแม่ที่รู้จักการเลี้ยงลูก เป็นผู้ผูกสายสัมพันธ์ของครอบครัว เธอรู้ไหม ? ว่า....ท่านร่อซูล(ซ.ล) กล่าวถึงพวกเธอไว้อย่างไร ท่านบอกว่า... "ดุนยาล้วนเต็มไปด้วยความสุขสันต์ แต่สุดยอดของความสุขสันต์บนโลกดุนยานี้คือ....ภรรยาที่ดี ใช่แล้ว....ภรรยาที่ดี คือความใฝ่ฝันของชายผู้ศรัทธาทุกคน คือเจตจำนงของอัล-อิสลาม ภรรยาที่มอบสิทธิการเป็นผู้นำให้กับสามี เพื่อการจัดวางระบบครอบครัวให้มีระเบียบ มีผู้นำ มีผู้ตาม อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสว่า: "บรรดาชายนั้นคือผู้ทำหน้าที่ปกป้องเลี้ยงดูบรรดาหญิง เนื่องด้วยการที่อัลลอฮฺได้ทรงให้บางคนของพวกเขา เหนือกว่าอีกบางคน และด้วยการที่พวกเขาได้จ่ายไป จากทรัพย์สินของพวกเขา" (อัลกุรอาน 4:34) และท่านร่อซูล(ซ.ล) ยังได้กล่าวอีกว่า " เพียงแค่นางละหมาดครบห้าเวลา ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน รักษาพรหมจรรย์ของนาง และเชื่อฟังสามีของนาง นางจะเข้าสวรรค์จากประตูใดก็ได้ ตามที่นางต้องการ" (ศอเหี้ยะ) ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหม การที่เธอจะได้เป็นหนึ่งจากชาวสวรรค์ จงภูมิใจเถิดที่เธอจะได้เป็นผู้ทวนกระแส ในวจนะที่กล่าวว่า "ในนรกจะมีสตรีมากกว่าบุรุษ" การเป็นภรรยา สตรีทุกคนทำได้ แต่การเป็นภรรยาที่ดี.. สตรีผู้ศรัทธาเท่านั้น ที่จะทำได้ เพราะเธอมีอัลกุรอาน และหะดีษ เป็นธรรมนูญ เธอจึงเป็น ภรรยาที่ สามีมองแล้วเย็นตาเย็นใจ ฟังเสียงแล้วรื่นรมย์ ได้กลิ่นแล้วหอมหวาน สัมผัสแล้วอ่อนโยน คิดถึงแล้วสุขใจ เธอจึงเป็นภรรยาที่ทำให้สามีรู้สึกว่า ตัวเองคือผู้มีความสุขที่สุดในโลก อิสลามสอนให้สามีต้องเป็นคน "ขี้หึง" เปล่า..ไม่ใช่หึงหวงแบบไร้เหตุ ผล หรือตามอารมณ์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจแต่มันคือความหึง....หวง....และห่วงใย ยอมไม่ได้ที่เธอจะผิดหลักการ ดังนั้นเธอจงละหมาดครบ 5 เวลา ขอเธอจงคลุมฮิญาบ ขอเธอจงอย่าสนทนาหรือให้คนแปลกหน้าเข้ามาบ้าน ขอเธอจงอย่าออกนอกบ้านโดยที่สามีไม่รู้ ขอเธอจงอย่าเอ่ยถึงชายอื่นต่อหน้าสามี ขอเธอจงอย่าแต่งตัวสวยนอกจากเพื่อฉันเท่านั้น โปรดอย่าได้ตำหนิว่าฉันขอมากไป หรือบังคับเข้มงวด เพราะถ้าฉันไม่ขอร้องเธออย่างนี้ ก็หมายความว่า ฉันไม่หึงหวงและห่วงใยเธอ เธอ...จะมาเป็นคู่ชีวิตของฉัน คู่ชีวิตที่หมายถึงผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ขอให้เธอเป็นคนแรกที่จะยินดีในความสำเร็จของฉัน และเป็นคนแรกที่จะเสียใจในความล้มเหลวของฉัน เป็นคนเดียวที่ยืนเคียงข้างฉัน ยามที่ฉันเผชิญกับปัญหา "นี่แหล่ะคู่ชีวิต"ฉันพยายามเต็มที่ในการสร้างฐานของครอบครัว ขอเพียงกำลังใจจากเธอ ขอเธอจงอดทนในยามที่ฉันยากจน และขอเธอมัธยัสถ์ในยามที่ฉันมั่งมี แล้วเธอจะเป็นสตรีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบุรุษ ก่อนที่ฉันจะเลือกเธอเป็นคู่แต่งงาน ฉันไม่ได้มองแค่ให้เธอมาเป็นภรรยา แต่ฉันมองหา "แม่ของลูก" เพราะเป้าหมายของฉัน ไม่ใช่แค่การสร้างครอบครัว แต่ฉันมีความมุ่งหมายจะสร้างสังคม สร้างประชาชาติอันดียิ่งให้กับท่านนบีมูฮัมมัด ดังนั้น สมาชิกของประชาชาติอิสลาม ต้องมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีงาม และเธอคือแหล่งกำเนิดที่ฉันได้เลือกสรรแล้ว ฉันจึงฝากฝังให้เธอเป็นผู้ให้กำเนิดบุตรหลานที่ดี ช่วยฉันในการอบรมดูแลพวกเขา แน่นอนเธออาจจะต้องผูกพันใกล้ชิดพวกเขามากกว่าฉัน เธอจึงเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ในกิจการอันยิ่งใหญ่นี้ ดังนั้นเธอจงช่วยฉันทำให้เขาเป็นคนดีของพระองค์ ไม่ตั้งภาคี...ดำรงการละหมาด...อดทน..ไม่เย่อหยิ่ง แล้วเราจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ ณ พระองค์ ในวันแห่งการตอบแทน เราไม่ได้แต่งงานกันเพื่อที่อยู่กันเพียงสองคน แต่เราแต่งงานกันเพื่อก่อให้เกิดคำว่า "เครือญาติ" เพื่อสร้างความเกี่ยวดอง ความเป็นพี่น้อง และความเป็นปึกแผ่นในหมู่ประชาชาติ ดังนั้น เมื่อคนสองคนแต่งงาน จะมีคนอีกอย่างน้อยสองตระกูลมาเกี่ยวพันกัน นี่คือผลงานชิ้นแรกที่คู่แต่ งงานได้ช่วยกันสร้างขึ้น สิ่งที่ทั้งสองต้องทำต่อไปคือ ดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์นี้ ด้วยการให้เกียรติเครือญาติของกันและกัน เพราะเครือญาติมีส่วนสำคั ญมากมาย ในการที่จะทำให้คู่ของทั้งสองคนดำรงอยู่ต่อไป หรือ..... ล่มสลาย เพราะว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต อะไรที่เธอปรารถนา มันคือสิ่งที่ฉันปรารถนาเช่นกัน อะไรที่รู้สึก มันก็คือความรู้สึกของฉัน เราจะดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งความรู้สึกของร่างกาย และความปรารถนาของหัวใจ สิ่งใดที่เธอสุขใจ ฉันจะขวนขวายทำมันให้เต็มที่ สิ่งใดที่เธอไม่พอใจ ฉันจะหลบลี้หนีห่าง ขอเพียงเธอเอาใจใส่ความรู้สึกของฉัน ให้เกียรติฉัน ทั้งที่ลับและที่แจ้ง ให้เธอเป็นนำเย็น ยามที่ฉันเป็นไฟ และฉันก็เช่นกัน จะเป็นน้ำเย็นยามที่เธอเป็นไฟ
February 15 เรื่องของมุสลิมะฮฺคนหนึ่งมุสลิมะฮฺ เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ
แต่ไม่ธรรมดาในความรู้สึกของเธอก้อ คือ การที่เธอได้เข้าไปอยู่ในรั้วมหาลัย
และใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาที่เธอและใครๆก้อต้องการอยากเป็น
ในระยะเวลา 4 ปีที่เธอได้อยู่ในมหาลัยแห่งนั้น เธอได้รับประสบการณ์มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมในองค์กรหนึ่งในมหาลัยก้อดี หรือ การได้รู้จักเพื่อนๆมากมาย
ที่มาจากต่างสถานที่ ต่างครอบครัว ต่างความคิดและนิสัย แต่ไม่ต่างศรัทธานั้น
เธอถือว่าเป็นประสบการณ์ชิวิตอีกแบบหนึ่งที่แค่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และจิงใจที่จะมีและทำมันก้อเพียงพอแล้ว
และสิ่งสำคัญยิ่งที่เธอได้รับมานั้นมันมากเกินบรรยายจิงๆ แต่เธอต้องบอก เผื่อเพื่อนที่กำลังอ่านอยู่บางคน
อาจจะมีประสบการณ์ชีวิตอย่างเธอก้อเป็นได้ เธอได้รับทั้งความอดทนที่จะทำงานแต่ละอย่าง
การได้รับการขัดเกลาจิตใจในยามที่อีหม่านอ่อนของนักดาอีย์และดาอียะฮฺ การทำงานอย่างเต็มรูปแบบของการทำงานเป็นทีม
การได้เรียนรู้วิธีการตักเตือนซึ่งกันและกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน ซึ่งสิ่งนี้เธอได้เห็นความบกพร่องของตัวเองอย่างแท้จิง
ทั้งการเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺและผู้ตามที่ดีของท่านนบีมูฮัมหมัด (ศ็อลฯ)
การที่จะเป็นบ่าวที่ดีและเพียบพร้อมของอัลลอฮฺนั้นเป็นการกระทำที่ยากนัก ถ้าหากเราอยู่ในสังคมสมัยนี้
แต่การพยายามที่จะเป็นเช่นนั้นก้อดีกว่าการพูดแต่ไม่ปฏิบัติ February 09 เปลี่ยนเปลงไปในทางที่ดีอัสลามุอาลัยกุม เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆนักอ่านทุกท่าน
อัลฮัมดุลิลลาฮฺและขอซูโกรต่อเอกอลค์อัลลอฮฺที่ได้ให้โอกาสให้เราหายใจต่อจนถึงตอนนี้
แต่เราได้ให้อะไรแก่พระองค์บ้างหรือยัง??????
เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างมั้ยว่า "ตั้งแต่เกิดมา เราได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง??"
จากทารกก้อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เหมือน ต้นกล้าที่เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง
จากแค่รู้ ก.ไก่ ข.ไข่ อ่านหนังยังไม่ออก ก้อมาเข้าใจ และรู้ภาษามากมาย เช่นภาษาอังกฤษ อาหรับ
จากปประถมไปมัธยมแล้วก้อไต่เต้าขึ้นมามหาวิทยาลัย
จากการเป็นนักเรียนก้อมาเป็นนักศึกษา
เหตุผลนั่นก้อมาจากเวลา ยิ่งเวลเดินไปนานแร็วเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราก้อจะมากขึ้นเท่านั้น
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในตัวเรานั่นหล่ะ เคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่า มันเปลี่ยนไปในทางที่ดี หรือป่าว???
แล้วเราจะวัดกันตรงไหนล่ะว่ามัน ดี หรือ ไม่ดี......
การที่เราอยู่ในสังคม ซึ่งมีคนหลายประเภทเช่นนี้ ไม่มีตัวอย่างไหนที่ดีและสมบูรณ์เท่า
"นบี มูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮูอาลัยฮิวะซัลลัม" ท่านเท่านั้นที่เราสามารถถามตัวเองว่าเราได้ทำตามท่านหรือป่าว
October 15 พี่สาว...ที่รักพี่สาว...
เข้มแข็ง อดทน กับอุปสรรคที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เพราะนั่นเป็นบททดสอบของอัลลอฮฺ
ขอให้คิดอยู่ตลอดว่าอัลลอฮฺจะอยู่เคียงข้างเรา จะอยู่กับเรา
บททดสอบนี้อาจจะเป็นแค่บททดสอบที่เล็ก ๆ
แต่จะมีอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้อีก
พี่สาวที่รัก...
นี่คือบททดสอบที่จะทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น
แค่หากเราอดทนและเข้มแข็ง เท่านั้นอง
"ความอดทนคือส่วนหนึ่งของความศรัทธา"
จำไว้ให้ขึ้นใจ September 10 ผู้หญิงที่ดูหมิ่นอัลลอฮฺ (ซ.บ) (แต่ภาษามลายูน่ะ)Gadis Yang Menghina Allah
Pada suatu hari, seorang gadis yang terpengaruh dengan cara hidup masyarakat Barat menaiki sebuah bas mini untuk menuju ke destinasi di wilayah Iskandariah. Malangnya walau pun tinggal dibumi yang terkenal dengan tradisi keislaman, pakaian gadis tersebut sangat menjolok mata.
Bajunya agak nipis dan seksi hampir terlihat segala yang patut disembunyikan bagi seorang perempuan dari pandangan lelaki ajnabi atau mahramnya. Gadis itu dalam lingkungan 20 tahun. Di dalam bas itu ada seorang tua yang dipenuhi uban menegurnya. "Wahai pemudi! Alangkah baiknya jika kamu berpakaian yang baik, yang sesuai dengan ketimuran dan adat serta agama Islam kamu, itu lebih baik daripada kamu berpakaian begini yang pastinya menjadi mangsa pandangan liar kaum lelaki...." nasihat orang tua itu. Namun, nasihat yang sangat bertetapan dengan tuntutan agama itu dijawab oleh gadis itu dengan jawapan mengejek. "Siapalah kamu hai orang tua? Apakah di tangan kamu ada anak kunci syurga? Atau adakah kamu memiliki sejenis kuasa yang menentukan aku bakal berada di syurga atau neraka?" Setelah menghamburkan kata- kata yang sangat menghiris perasaan orang tua itu gadis itu tertawa mengejek panjang. Tidak cukup setakat itu, si gadis lantas cubamemberikan telefon bimbitnya kepada orang tua tadi sambil melafazkan kata kata yang lebih dahsyat. "Ambil hanphone ku ini dan hubungilah Allah serta tolong tempahkan sebuah bilik di neraka jahannam untukku," katanya lagi lantas ketawa berdekah-dekah tanpa mengetahui bahawasanya dia sedang mempertikaikan hukum Allah dengan begitu biadab. Orang tua tersebut sangat terkejut mendengar jawapan dari si gadis manis. Sayang wajahnya yang ayu tidak sama dengan perilakunya yang buruk. Penumpang-penumpang yang lain turut terdiam ada yang menggelengkan kepala kebingungan. Semua yang di dalam bas tidak menghiraukan gadis yang masih muda i tu yang tidak menghormati hukum hakam itu dan mereka tidak mahu menasihatinya keranakhuatir dia akan akan menghina agama dengan lebih teruk lagi. Sepuluh minit kemudian bas pun tiba perhentian. Gadis seksi bermulut celupar tersebut di dapati tertidur di muka pintu bas. Puas pemandu bas termasuk para penumpang yang lain mengejutkannya tapi gadis tersebut tidak sedarkan diri. Tiba tiba orang tua tadi memeriksa nadi si gadis. Sedetik kemudian dia menggelengkan kepalanya. Gadis itu telah kembali menemui Tuhannya dalam keadaan yang tidak disangka. Parapenumpang menjadi cemas dengan berita yang menggemparkan itu. Dalam suasanakelam kabut itu, tiba tiba tubuh gadis itu terjatuh ke pinggir jalan. Orang ramai segera berkejar untuk menyelamatkan jenazah tersebut. Tapi sekali lagi mereka terkejut. Sesuatu yang aneh menimpa jenazah yang terbujur kaku di jalan raya. Mayatnya menjadi hitam seolah olah dibakar api. Dua tiga orang yang cubamengangkat mayat tersebut juga kehairanan keranatangan mereka terasa panas dan hampir melecur sebaik saja menyentuh tubuh si mayat. Akhirnya mereka memanggil pihak keselamatan menguruskan mayat itu. Begitulah kisah ngeri lagi menyayat hati yang menimpa gadis malangtersebut. *Dipetik dari majalah Iskandariah Mesir 'MANAR ISLAM'
|
|
|